แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้เรื่องปลวก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้เรื่องปลวก แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2559

ความรู้ขั้นสูงเกี่ยวกับปลวก



ชีววิทยาปลวก
         ปัจจุบันพบแล้วประมาณ 2,750  ชนิด ใน 7 วงศ์  มีขนาดตั้งแต่ขนาดจิ๋วถึงขนาดใหญ่   ปากเป็นแบบกัดกิน  มีปีกลักษณะเป็นแผ่นเยื่อบาง (membranous) ชนิดที่มีปีก  มีตารวมเจริญดี ทั้งปีกหน้าและปีกหลังมีลักษณะใกล้เคียงกันมาก จนเกือบเรียกได้ว่าเท่ากัน รับกำจัดปลวก  ชนิดที่ไม่มีปีกอาจมีหรือไม่มีตารวม  และอาจมีตาเดี่ยว 2 ตา  หรือไม่มีเลย  หนวดส่วนใหญ่มีขนาดสั้น  ส่วนใหญ่เป็นแบบสร้อยร้อยลูกปัด (moniliform) บางชนิดเป็นแบบเส้นด้าย (filliform) จำนวน 9 - 30 ปล้อง  ชนิดที่มีปีก 2 คู่ จะมีขนาดเท่ากันทั้ง 2 คู่  สามารถสลัดปีกทิ้งได้ ขาเป็นแบบใช้เดิน (walking legs)  ฝ่าเท้าส่วนใหญ่มี 4 ปล้อง แต่บางชนิดมีถึง 6 ปล้อง  มีปล้องท้องทั้งหมด 10 ปล้อง และจะพบรยางค์ที่ส่วนท้อง (styli)  1 คู่  (ปลวกในวงศ์ Mastotermitidae และ Hodotermitidae รยางค์มี 5 - 8 ปล้อง แต่ในวงศ์อื่นพบเพียง 2 ปล้อง)  อวัยวะเพศมักเสื่อมหรือไม่มี   แพนหางมีขนาดสั้น จำนวน 1 - 8 ปล้อง หลายชนิดส่วนหัวมีรอยยุบ  เรียกว่า fontanelle เป็นช่องเปิดเล็กๆอยู่บริเวณกลางหัวทางด้านบนหรือระหว่างตาประกอบ   ระหว่างทางตอนท้ายของส่วนหัวกับอกปล้องแรกมีแผ่นแข็งที่เรียกว่า  cervical sclerite ทำให้คอมีความแข็งแรง ปลวกส่วนใหญ่มักพบในเขตร้อนหรือเขตร้อนชื้น  บางชนิดพบในเขตหนาว  จัดเป็นแมลงสังคม (social insects) ชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่นับหมื่นๆตัว  อยู่ภายในรังที่สร้างไว้ในดินที่เรียกว่า  จอมปลวก (termitarium) หรือตามโพรงต้นไม้  เรามักจะพบเห็นปลวกที่มีลำตัวขาวซีดลักษณะคล้ายมด บางครั้งจึงมีคนเรียกปลวกเหล่านี้ว่า white ant    
         ปลวกมีการแบ่งเป็นวรรณะ (case) ต่างๆ  ดังนี้
      1) วรรณะสืบพันธุ์ (primary reproductive caste) ประกอบด้วยปลวกแม่รังหรือนางพญา (queen)  และปลวกพ่อรัง (king) เป็นปลวกที่มีปีก  อวัยวะเพศ และตารวมที่เจริญดี  ใน 1 รัง จะมีแม่รังเพียง 1 ตัว แต่อาจมีพ่อรังได้หลายตัว  แม่รังและพ่อรังจะอาศัยอยู่ในโพรงนางพญา (hollow  royal  chamber)  ซึ่งตั้งอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของรังเพื่อปกป้องแม่รัง  แม่รังมีขนาดใหญ่มากที่สุด ถ้าเทียบปลวกงานเป็นมนุษย์ แม่รังจะมีน้ำหนักมากถึง 10 ตัน (10,000 กก.) และมีอายุยืนยาว  บางชนิดมีอายุถึง 50 ปี               
         ในช่วงฤดูฝนจะมีการผลิตปลวกวรรณะสืบพันธุ์ที่เราเรียกกันว่าแมลงเม่า (alates)ออกมานับพันตัว  เพื่อให้บินออกมาจับคู่ผสมพันธุ์ เมื่อผสมพันธุ์เสร็จจะสลัดปีกทิ้งและเดินตามกันเพื่อหาช่องว่างหรือรอยแตกภายในดิน  หลังจากนั้นจะวางไข่  และสร้างรังใหม่ต่อไป ซึ่งในการวางไข่ครั้งแรกนี้จะสามารถวางไข่ได้น้อยมาก  ประมาณ 20 ฟอง และจะฟักเป็นตัวอ่อนภายใน 7 วัน ทั้งพ่อรังและแม่รังจะช่วยกันเลี้ยงดูตัวอ่อนจนเป็นตัวเต็มวัย  ซึ่งทำหน้าที่เป็นปลวกงานรุ่นแรก เมื่อวางไข่ครั้งแรกแล้วส่วนท้องของแม่รังตัวใหม่นี้จะขยายใหญ่ขึ้นหลายเท่าจากเดิม เรียกว่า physogastric เพื่อผลิตไข่ให้ได้มากขึ้น แม่รังที่สมบูรณ์จะสามารถวางไข่ได้ 2,000 - 3,000  ฟองต่อวัน  ปลวกMacrotermes subhyalinus ในแอฟริกา มีเส้นผ่าศูนย์กลางลำตัว  3.5 ซม. และมีความยาว 14 ซม. สามารถวางไข่ได้ถึง 30,000 ฟองต่อวัน รับกำจัดปลวก 
 การที่ลำตัวขยายใหญ่มากนี้ ทำให้ความสามารถในการเคลื่อนไหวลดลง  ทำให้ต้องมีปลวกงานคอยรับใช้  คอยป้อนอาหาร  ทำความสะอาดอยู่หลอดเวลา   แม่รังจะปล่อยฟีโรโมนเพื่อควบคุมการทำงานของวรรณะอื่นๆ ทั่วทั้งรัง ให้เกิดการแบ่งงานเป็นสังคมขึ้นมา  
         ส่วนปลวกพ่อรังจะมีขนาดเพิ่มขึ้นเล็กน้อยหลังจากผสมพันธุ์กับปลวกแม่รัง  และจะยังผสมพันธุ์ได้อีกหลายครั้งตลอดชีวิต  นี่เป็นอีกข้อแตกต่างหนึ่งที่แตกต่างจากสังคมมด เพราะมดตัวผู้จะมีชีวิตได้อีกไม่นานหลังจากผสมพันธุ์และสามารถผสมพันธุ์ได้เพียงครั้งเดียว  
2) วรรณะสืบพันธุ์รอง (primary reproductive caste) ประกอบด้วยปลวกที่มีปีกสั้นมาก  ตารวมขนาดเล็ก  หรือบางทีอาจเป็นปลวกที่ไม่มีปีก  มีลำตัวขาวซีด  ดูคล้ายปลวกงาน  ทำหน้าที่ทดแทนแม่รังในการแพร่พันธุ์
       3) วรรณะปลวกงาน (worker caste) ประกอบด้วยปลวกตัวอ่อน  และตัวเต็มวัยที่เป็นหมัน  มักไม่มีตารวม กรามมีขนาดเล็ก  ไม่มีปีก  ลำตัวอ่อนนุ่มขาวซีด  มองดูคล้ายมด  จึงมีคนเรียกปลวกงานว่า มดขาว (white ants) จัดว่าเป็นวรรณะแรงงานหลักของรัง  ทำหน้าที่เก็บสะสมอาหารและป้อนอาหารให้แม่รัง ปลวกทหาร และปลวกตัวอ่อนที่เกิดใหม่  ทำความสะอาดระหว่างปลวกงานด้วยกันเอง ตลอดจนถึงการซ่อมแซมและต่อเติมรังใหม่  ตลอดจนถึงทางเดินภายในรัง  รวมถึงการเพาะเลี้ยงราไว้เป็นอาหาร
      4) วรรณะปลวกทหาร (soldier caste) ประกอบด้วยปลวกตัวเต็มวัยที่เป็นหมัน ลำตัวใหญ่กว่าปลวกงาน  อาจมีหรือไม่มีตารวม หัวกะโหลกเป็นเกราะแข็ง  มีกรามขนาดใหญ่  หรือบางทีขยายยาวลักษณะเป็นคีม ใช้ต่อสู้กับผู้รุกราน   ปลวกใน วงศ์ย่อย (sub-family Nasutitermitinae) ปลวกทหารสามารถปล่อยของเหลวจากส่วนหัวยื่นยาวคล้ายจมูกหรืองวงใช้ขับไล่ศัตรู  หรืออาจมีรูเล็กๆบนส่วนหัวที่เรียกว่า fontanelle ไว้ปล่อยสารขับไล่ศัตรูเช่นกันและลักษะของ fontanelle นี้ยังสามารถพบได้ในวงศ์ Rhinotermitidae อีกด้วย  ปลวกทหารบางชนิดมีส่วนหัวที่กลมมน (phragmotic) เพื่อใช้ปิดอุโมงค์ที่แคบเพื่อไม่ให้มดเข้ามารุกรานภายในรัง  และเมื่อมีปลวกตัวที่ปิดอุโมงค์เกิดพลาดท่า ปลวกที่คอยเตรียมพร้อมด้านหลังก็จะเข้ามาแทนที่  และเมื่อมีการบุกรุกจากรอยแตกที่ใหญ่เกินกว่าจะใช้ส่วนหัวปิดได้  จะมีปลวกทหารรูปแบบอื่นๆออกมาล้อมรอยแตก แล้วกัดหรือฉีดสารเหนียวออกจากส่วนหัวที่มีลักษณะคล้ายงวง  ขณะเดียวกันนั้นปลวกงานก็จะทำการซ่อมแซมรอยแตกเป็นเหตุทำให้ตายเป็นจำนวนมาก  เป็นรูปแบบของการสละชีพเพื่อการป้องกันรัง การเคาะส่วนหัวที่แข็งแรงกับพื้นเป็นจังหวะ ในปลวกบางชนิดมีปลวกทหาร 2 ขนาด (dimorphic)  คือขนาดเล็กและสามเท่าของขนาดเล็ก เรามักจะพบเห็นปลวกทหารจำนวนมาก คอยคุ้มกันและระวังภัยให้กับปลวกงานที่กำลังออกหาอาหาร  ซ่อมแซมหรือขยายรัง รับกำจัดปลวก  การที่มีฟันกรามขยายใหญ่มากนี้ทำให้ไม่สามารถกินอาหารเองได้ ทำให้ต้องคอยการป้อนอาหารจากปลวกงานปลวกมีการเจริญเติบโตแบบไม่สมบูรณ์แบบ (Incomplete metamorphosis)

        กล่าวคือเมื่อปลวกฟักออกจากไข่ก็จะมีลักษณะคล้ายตัวเต็มวัยเพียงแต่มีขนาดเล็กว่า  ในปลวกวรรณะสืบพันธุ์ตัวอ่อนจะยังไม่มีปีก และระบบสืบพันธุ์จะยังไม่เจริญสมบูรณ์  ยังไม่สามารสืบพันธุ์ได้   ปลวกตัวตัวอ่อนนี้จะมีการลอกคราบหลายครั้ง  และการลอกคราบครั้งสุดท้ายกลายเป็นตัวเต็มวัย  
         การแบ่งปลวกตามชนิดของจุลินทรีย์ที่อยู่ในระบบทางเดินอาหาร        ในกระบวนการกินและการย่อยอาหาร  ปลวกจะไม่สามารถผลิตน้ำย่อยหรือเอนไซม์ออกมาย่อยอาหารได้เอง  แต่จะต้องพึ่งจุลินทรีย์ชนิดต่างๆ   ที่อาศัยร่วมอยู่ภายในระบบทางเดินอาหารของปลวก  เช่น  โปรโตซัว  แบคทีเรีย หรือเชื้อรา ให้ผลิตเอนไซม์ที่มีประสิทธิภาพ เช่น cellulase  และ lignocellulase  ออกมาย่อย cellulose หรือ lignin ซึ่งเป็นองค์ประกกอบหลักของอาหารที่ปลวกกินเข้าไป  ให้เปลี่ยนเป็นพลังงาน  หรือสารประกอบในรูปที่ปลวกสามารถนำไปใช้ในการดำรงชีวิตได้  เราสามารถแบ่งปลวกตามชนิดของจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหารได้เป็น  2 ประเภทดังนี้ 
        1 ปลวกชั้นต่ำ  ส่วนใหญ่เป็นปลวกชนิดที่กินเนื้อไม้เป็นอาหาร  จะอาศัยโปรโตซัว  ซึ่งอาศัยอยู่ในระบบทางเดินอาหาร  
        2 ปลวกชั้นสูง  ส่วนใหญ่เป็นปลวกชนิดที่กินดิน    ซากอินทรีย์วัตถุ  ไลเคน  รวมถึงพวกที่กินเศษไม้  ใบไม้    และเพาะเลี้ยงเชื้อราไว้เป็นอาหาร  จะมี วิวัฒนาการที่สูงขึ้น  เพื่อปรับตัวให้อยู่ในสภาพนิเวศที่แห้งแล้งหรือขาดอาหารได้ดี  โดยอาศัยจุลินทรีย์จำพวก bacteria หรือเชื้อราในระบบทางเดินอาหาร  ทำหน้าที่สร้างเอนไซม์เพื่อช่วยย่อยอาหารให้กับปลวก ซึ่งแบคทีเรียบางชนิด  จะมีความสามารถในการจับไนโตรเจนจากอากาศ  มาสร้างเป็นกรดอะมิโนที่ปลวกสามารถนำไปใช้ในการดำรงชีวิตได้ และบางชนิดสามารถสร้างเอนไซม์ที่ประสิทธิภาพในการย่อยสลายสารพิษบางอย่างที่สลายตัวได้ยากในสิ่งแวดล้อม  ช่วยในการผลิตเอนไซม์ออกมาย่อยอาหาร
          ปลวกกับจุลินทรีย์และอาหาร          ปลวกกินเนื้อไม ้(cellulose) เป็นอาหารซึ่งเป็นแหล่งพลังงานชั้นดีของปลวก  ดังจะเห็นได้จากพลังงานที่ถูกปลดปล่อยออกมาเมื่อเราเผาไม้ โดยการที่ปลวกสามารถย่อยสลายเนื้อไม้ก็เพราะอาศัยโปรโตซัว  ดังเช่น จีนัส Trichonympha  และจุลินทรีย์ชนิดอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ในส่วนที่เรียกว่า ileum ของลำไส้ตอนท้ายซึ่งขยายเป็นกระเปาะเล็กๆ  เป็นภาวะการพึ่งพาอาศัยซึ่ง (symbiosis) ระหว่างปลวกกับโปรโตซัว โดยต่างฝ่ายต่างได้รับประโยชน์ เฉพาะปลวกงานเท่านั้นที่สามารถย่อยสลายเนื้อไม้ได้  โดยปลวกงานจะใช้อาหารข้นที่ถูกย่อยแล้วจากทางเดินอาหาร  ขับออกทางปากหรือทวารหนัก  ป้อนเป็นอาหารแก่ปลวกตัวอ่อน  ปลวกแม่รัง  ปลวกแม่รัง  และปลวกทหาร  เรียกกระบวนการนี้ว่า "trophallaxis"  ซึ่งก็ถือว่าเป็นการถ่ายทอดโปรโตซัวที่อยู่ภายในระบบทางเดินอาหารจากรุ่นสู่รุ่น   และยังมีปลวกชั้นสูง"higher termites", ที่สามารถผลิตเอมไซม์สำหรับย่อยเนื้อไม้ได้ด้วยตนเอง  โดยเฉพาะปลวกใน วงศ์ Termitidae แต่อย่างไรก็ตาม รับกำจัดปลวก  ในกระเพาะอาหารของปลวกวงศ์นี้ยังพบ แบคทีเรียและสิ่งที่เกิดจากการย่อยสลายในขั้นต้นอยู่ด้วย  ปลวกหลายชนิดมีการทำสวนรา(fungalgardens)  โดยเฉพาะราในสกุล Termitomycesไว้เป็นอาหารจากมูลก้อนเล็กๆ และเศษใบไม้นับร้อยแห่งทั่วรัง  โดยเริ่มจากการที่ปลวกกินรานี้เข้าไป  สปอร์ของราก็จะเข้าไปอยู่ในกระเพาะของปลวกโดยไม่ทำอันตรายใดๆกับปลวก  เมื่อปลวกถ่ายออกมา  เชื้อรานี้ก็จะงอกในสวนราเป็นอาหารของปลวกต่อไป          นอกจากเนื้อไม้แล้วยังมีปลวกชนิดที่กินดินและอินทรีย์วัตถุต่างๆ  รวมถึงไลเคนอีกด้วย
  การสร้างรัง
        ปลวกเป็นสัตว์สังคมที่มีความสามารถในการสร้างสถาปัตยกรรมและสัญชาตญาณในการอยู่รอดอย่างดีเยี่ยม   ปลวกจะสร้างรังในซากต้นไม้ที่ติดกับพื้นดิน  หรือสร้างรังบนดินที่เราเรียกกันว่า "จอมปลวก"  (" Mounds")  โดยใช้น้ำลายและมูลที่ผนึกดินเข้าด้วยกันทำให้โครงสร้างมีความแข็งแรงและสร้างอุโมงค์คดเคี้ยวไปมามากมาย  รูปทรงต่างๆกัน ทำให้บางครั้งสามารถแยกบางชนิดได้โดยดูจากรูปทรงของจอมปลวกนี้  เช่น  ปลวกบางชนิดจะสร้างรังเป็นรูปลิ่มสูง และมีแนวแกนกลางที่ยาว วางตัวในแนวเหนือใต้เสมอ  พบว่ารังปลวกในแอฟริกามีความสูงถึง 9 เมตร (30 ฟุต)  ซึ่งถ้าเทียบอัตราส่วนกับมนุษย์แล้วจะสูงมากกว่า 3 กิโลเมตร   เป็นที่อยู่อาศัยของปลวกนับล้านตัว   
         ปลวกสามารถสำรวจลงไปในดินลึกกว่า 20  เมตร และนำแร่โลหะขึ้นมาเป็นวัสดุในการสร้างรัง  วิธีการนี้ทำให้นักสำรวจทองคำสามารถค้นพบแหล่งที่เป็นสายแร่ทองคำได้  รังที่สร้างขึ้นนี้ได้รับความชื้นที่ปลดปล่อยมาจากดินและซากเนื้อไม้ที่กำลังถูกย่อยสลายภายในรังใต้ดิน  และการมีอุโมงค์ที่คดเคี้ยวไปมา และมีโพรงสำหรับระบายอากาศให้อากาศไหลเวียนได้ตลอดเวลา จึงทำให้รังปลวกสามารถรักษาระดับสมดุลของออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ได้ และนอกจากนี้ยังมีผลทำให้อุณหภูมิคงที่ และเปลี่ยนแปลงไม่เกิน 1 องศาเซลเซียส  ตลอดทั้งวัน   ทำให้ปลวกสามารถมีชีวิตรอดได้แม้จะอยู่ในทะเลทรายก็ตาม  
        ประโยชน์และโทษของปลวก        ปลวกมีประโยชน์ในแง่ของการเป็นผู้ย่อยสลายเศษไม้  ใบไม้  ต่างๆ มูลสัตว์  กระดูก ซากสัตว์แม้กระทั่งมูลของปลวกเองและซากของตัวที่ตายแล้ว ให้ย่อยสลายกลายเป็นอินทรีย์วัตถุ  สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับดิน   ในแอฟริกาใช้ปลวกทหารในการรักษาแผลอักเสบ ใช้ปลวกแม่รังเป็นยาบำรุงเพศ  ดินจากจอมปลวกสามารถพอกรักษากระดูก นอกจากนี้ยังสามารถรักษาคางทูม และโรคอีสุกอีไส แต่อย่างไรก็ตามปลวกจัดว่าเป็นแมลงศัตรูที่สำคัญทางเศรษฐกิจอย่างสูง  คาดว่าประมาณ 10 % ของปลวกที่มนุษย์รู้จักทั้งหมด ปลวกสามารถ
ทำลายไม้ยืนต้น  ไม้ซุง  ไม้ยืนต้น ไม้แปรรูป  ผลิตภัณฑ์ไม้ต่างๆ  ตลอดจนเข้าทำลายโครงสร้างของอาคารบ้านเรือนที่เป็นไม้   ให้ได้รับความเสียหายอย่างมาก  นอกจากนี้ยังพบว่ารังปลวกจะปล่อยก๊าซมีเทนซึ่งเป็นก๊าซที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก (greenhouse effect)
        ประวัติเชิงวิวัฒนาการ 
        เชื่อกันว่าปลวกมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับแมลงสาบและตั๊กแตนตำข้าว ถูกจัดรวมกันใน superorder  Dictyoptera  ปลวกเกิดในมหายุค Paleozoic โดยคาดว่ามีวิวัฒนาการจากบรรพบุรุษที่มีลักษณะคล้ายแมลงสาบ   เนื่องจากปลวกและแมลงสาบมีความเหมือนกันหลายๆอย่าง เช่น  พบว่าแมลงสาบบางชนิดกินไม้ผุๆ เป็นอาหาร  อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม  โดยมีทุกวัยอยู่ด้วยกัน   และยังมีโปรโตซัวบ้างชนิดอยู่ในทางเดินอาหารเพื่อช่วยย่อยเซลลูโลสในเยื่อไม้    โปรโตซัวที่พบในแมลงสาบชนิดนี้มีลักษณะใกล้เคียงกับชนิดที่พบในปลวกโบราณ    มีการค้นพบว่ามีแบคทีเรียในทางเดินอาหารของแมลงสาบในสกุล Cryptocercus   มีประวัติของเผ่าพันธุ์ที่ใกล้เคียงกับที่พบในปลวกมากกว่าแมลงสาบชนิดอื่นๆ  อีกทั้งแมลงสาบในสกุลนี้ยังมีลักษณะทางสัณฐานวิทยาและการมีพฤติกรรมเป็นแมลงสังคมอีกด้วย 
ขอบคุณที่มา nemesisthai.com

วันพุธที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2559

ปลวกบุกเข้าบ้านเราได้อย่างไร


    ความรู้เรื่องปลวก ปลวกตัวเล็กแต่ความเสียหายไม่ใช่เล็กๆ บทความนี้จะอธิบายเกี่ยวกับการเข้าทำลายของปลวก ปลวกจะแบ่งเป็นหลากหลายสายพันธ์ครับ มีทั้งสร้างรังให้เห็นเหนือดิน และที่อยู่ใต้ดิน 90% ของปลวกที่เข้าทำลายบ้านก็คือ ปลวกที่อาศัยอยู่ใต้ดิน เมื่อเราสร้างบ้านไว้บนดิน ปลวกก็จะเข้าสู่บ้านของเราจากพื้นดิน โดยอาศัยรอยแตกร้าวที่เกิดจากการทรุดตัวของบ้าน  โดยปลวกจะสร้างทางเดินดินเพื่อออกไปหาอาหาร ปลวกพวกนี้จะไม่ชอบแสง มันจะทำทางเดินดินผ่านจุดที่มืด เงียบสงบ และความชื้นก็เป็นจุดเสี่ยงเหมื่อนกัน เมื่อเข้ามาเจอแหล่งอาหารแล้วก็จะเริ่มทำลายโดยที่เราไม่รู้ตัว เพราะการเข้าทำลายของปลวกนั่นเกิดขึ้นจากด้านใน โดยเมื่อรู้ตัวอีกทีก็เสียหายมากแล้ว ก็ยากต่อการกำจัดปลวก 

หลายคนอาจสงสัย ว่าทำไมคอนโดฯสูง 20-30 ชั้น ยังมีปลวกที่อาศัยอยู่ใต้ดินขึ้นไปทำลายได้อีก ปลวกเป็นแมลงที่มีความฉลาด และปรับตัวได้ดี โดยธรรมชาติปลวกงานจะเป็นผู้ทำหน้าที่หาอาหาร และมีปลวกทหารคอยคุ้มกันอันตราย จากพวกมดเป็นต้น แต่เมื่อแหล่งอาหารย้ายไปอยู่ที่สูง เช่นชั้น 20-30 ปลวกก็จะปรับวิธีการหาอาหาร โดยการสร้างรังย่อยโดยหาพื้นที่ ที่มีความชื้น จุดอับ และเงียบสงบ ดังนั้นการใช้ระบบกำจัดปลวกฉีดพ่นหรือฉีดปลวกลงสู่พื้นดินเพื่อจะทำให้ดินเป็นพิษ ก็ไม่มีผลต่อรังย่อยเลย นอกเสียจากจะใช้ระบบเหยื่อ ที่อาศัยพฤติกรรม ในการลำเลียงอาหารเพื่อกระจายเหยื่อให้กับสมาชิกภายในรัง จึงทำให้เกิดการล่มสลายรังปลวกในที่สุด
ขอบคุณที่มา http://www.nicebugservice.com/




วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

นางพญาปลวก

นางพญาปลวก
มาทำความรู้จักกับนางพญาปลวก
รู้กันมานานว่าปลวกเป็นสัตว์ตัวเล็กจิ๋วแต่ฤทธิ์เดชร้ายกาจนัก แถมพวกมันยังมีจำนวนมากมายเหลือคณานับอีกด้วย ทั้งนี้ก็เพราะปลวกเป็นแมลงที่ออกไข่ได้เยอะมาก
         ปลวกเป็นสัตว์สังคมที่อาศัยอยู่ร่วมกันเป็นฝูงใหญ่ มีการแบ่งหน้าที่กันทำงานอย่างชัดเจน ปลวกงานมีโครงสร้างปากที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่ป้อนอาหารให้นางพญาปลวกกับเลี้ยงดูตัวอ่อน รวมทั้งสร้างและซ่อมแซมรังด้วย ปลวกทหารมีปากที่มีเขี้ยวแข็งแรงและแหลมคมไว้คอยฆ่าเหล่าศัตรู ซึ่งศัตรูหมายเลขหนึ่งของปลวกคือมด
        ปลวกบางชนิดสร้างรังด้วยดินและวัสดุจากพืชโดยใช้น้ำลายกับอุจจาระของมันเองเป็นตัวเชื่อมประสาน และจะก่อขึ้นมาเป็นทรงสูง ๆ จนมีรูปร่างคล้ายหอคอยขนาดใหญ่รังบางรังสูงเกินกว่า 3 เมตร แถมยังแข็งแรงทนทานมาก ขนาดรถไถยังทำอะไรมันไม่ได้ บางครั้งถ้าจะกำจัดรังปลวกที่บังเอิญขึ้นอยู่ในไร่นา เขาถึงกับต้องใช้ระเบิดทำลายกันเลยทีเดียว รังอันทรงอานุภาพยิ่งเหล่านี้เรียกว่า "จอมปลวก" และตรงส่วนกลางของจอมปลวกคือที่อยู่อาศัยของนางพญาปลวกและเหล่าปลวกเพศผู้ซึ่งเปรียบเสมือนราชาตัวน้อย ๆ ของนางพญา
        นางพญาปลวกที่เติบโตจนถึงวัยเจริญพันธุ์ หรือวัยที่ร่างกายเจริญสมบูรณ์จนสามารถสืบพันธุ์ได้แล้วจะมีขนาดตัวที่พองใหญกว่าเดิมหลายเท่า แต่ละตัววัดความยาวได้ไม่ต่ำกว่าหนึ่งนิ้ว นางพญาปลวกในวัยนี้ไม่ทำอะไรเลยนอกจากตั้งหน้าตั้งตาออกไข่ เรียกว่าทำตัวเป็น "โรงงานผลิตไข่" อย่างเดียวเลย และผลิตได้มากจนเหลือเชื่อเสียด้วย บางช่วงมันสามารถวางไข่ได้มากถึง 30 ฟองต่อนาทีทีเดียว ระหว่างนี้นางพญาปลวกจะขยับตัวไปไหนมาไหนไม่ได้เลย แต่มันจะไม่มีวันอดตาย เพราะมีเหล่าปลวกงานทำหน้าที่คอยดูแลทำความสะอาดและป้อนอาหารให้มันกิน
        ในวัยแรกเริ่มของนางพญาปลวก มันเป็นปลวกตัวเมียที่สามารถสืบพันธุ์ได้และมีปีกด้วย มันจะบินออกจากรังที่มันเคยอยู่พร้อม ๆ กับปลวกตัวเมียและปลวกตัวผู้อื่น ๆ ซึ่งขณะนั้นยังมีปีกอยู่ เมื่อปลวกตัวเมียร่อนลงบนพื้นดิน ณ ที่ใดที่หนึ่งแล้ว มันก็จะผสมพันธุ์กับปลวกตัวผู้ ปีกของพวกมันจะหลุดออกจากตัว ในระหว่างนี้ จากนั้นมันก็จะช่วยกันก่อร่างสร้างรังและผลิตปลวกลูก ๆ ออกมาจนกลายเป็นปลวกฝูงใหม่อีกฝูงหนึ่ง นอกจากวางไข่เฉลี่ยวันละ 1,000 ฟองแล้ว นางพญาปลวกยังเป็นแมลงที่อายุยืนมากด้วย แต่ละตัวอาจมีชีวิตอยู่นานเกิน 20 ปี ลองคำนวณดูแล้วตลอดช่วงการเป็นโรงงานผลิตไข่ของนางพญาปลวกตัวหนึ่งนั้น มันสามารถให้กำเนิดปลวกเพิ่มขึ้นประมาณ 7 ล้าน 3 แสน ตัวเป็นอย่างต่ำ
ตัวอย่าง นางพญาปลวก
ขอบคุณบทความจาก: rmutphysics.com

วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ความรู้เกี่ยวกับปลวก

ปลวก (termite, หรือ มดขาว White Ant) อันดับ (Order) Isoptera เป็นแมลงสังคม อยู่ตามลำพังไม่ได้ ต้องอยู่ร่วมกันเป็นหมู่กับปลวกตัวอื่นๆ

- ปลวกเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวในโลกที่สามารถเพาะเลี้ยงเห็ดที่มีรสชาติอร่อยที่สุดในประเทศไทยได้ คือ เห็ดโคน แม้มนุษย์ที่ว่าเก่งทุกวันนี้ก็ยังเพาะเห็ดโคนไม่ได้

- ปลวกได้รับการจัดอันดับให้เป็นสัตว์ที่เก่งเป็นอันดับ 1 ของโลกในด้านการก่อสร้าง เพราะถ้าปลวกตัวเท่าคน มันจะสามารถสร้างรังได้สูงเท่ากับตึกกว่า 100 ชั้น

- ประมาณ 11 % ของแก๊สมีเทนทั้งหมดที่ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศโลก เกิดจากการกระทำของปลวกในกระบวนการย่อยสลายเซลลูโลส อันเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก

- นางพญาปลวกสามารถวางไข่ประมาณ 30,000 ฟอง ต่อวัน จึงเป็นสัตว์ที่แพร่พันธุ์ได้เก่งเป็นอันดับที่ 2 ของโลก (โดยอันดับที่ 1 คือพยาธิตัวตืด)

- ทั่วโลกพบปลวกมากกว่า 2,700 ชนิด ปลวกมีหลายขนาดตั้งแต่ตัวเล็กนิดเดียว จนถึงบางชนิดมีตัวขนาดใหญ่

- ปลวกเป็นแมลงที่มีประโยชน์ต่อโลกใบนี้เพราะช่วยย่อยสลายอินทรีย์สาร แต่มีโทษต่อเศรษฐกิจเพราะมันเป็นตัวสำคัญในการทำลายอาคารบ้านเรือน , เครื่องเรือน ,สิ่งก่อสร้าง อื่นๆ

- ปลวกพบมากในประเทศแถบร้อนชื้น อย่างเช่นประเทศเรานี้

ปลวก ประกอบด้วย 4 วรรณะ (บางทีอาจกล่าวว่ามี 3 วรรณะ เพราะรวมวรรณะที่ 1 และ 2 เข้าไว้ด้วยกัน)

1) ปลวกสืบพันธุ์ (primary reproductive caste) - คือ ราขาปลวก(king) และ ราชินีปลวก(queen)

ราชินีปลวก (ปลวกนางพญา) ทำหน้าที่ผสมพันธุ์ ขยายพันธุ์ และปล่อยฟีโรโมนเพื่อควบคุมการทำงานของวรรณะอื่นๆ ภายในรัง

2) ปลวกสืบพันธุ์สำรอง (Secondary Reproductive caste) จะทำหน้าที่ราชาหรือราชินีปลวกแทนในกรณีที่ไม่มีราชาหรือราชินี(เช่นตายหรือถูกคนจับเอาไป)

3) ปลวกงาน (Worker Caste)

ขาวคล้ายมด ตัวเล็ก ไม่มีตา ไม่มีปีก ไม่มีเพศ ทำหน้าที่สร้างรัง ซ่อมแซมรัง บางสายพันธุ์จะเพาะเลี้ยงเห็ดราภายในสวนเห็ด (fungus garden) และหาอาหารมาเลี้ยงปลวกวรรณะอื่นๆ

4) ปลวกทหาร (Soldier Caste)

ตัวเล็ก หัวโต ไม่มีตา (แต่ปลวกบางชนิดส่วนน้อยก็มีตา) ไม่มีปีก ไม่มีเพศ ขากรรไกรขนาดใหญ่ ทำหน้าที่ต่อสู้ศัตรู

ป้องกันรัง มีประมาณ 10% ของจำนวนปลวกทั้งหมด กินอาหารเองไม่ได้ต้องมีปลวกงานคอยป้อนอาหารให้

วันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

การดำรงชีวิตของปลวก

การดำรงชีวิตของปลวก



- ปลวกสามารถสร้างระบบระบายอากาศภายในรังได้อย่างยอดเยี่ยม สามารถระบายแก๊สมีเทน และทำให้เกิดความสมดุลของคาร์บอนไดออกไซด์และออกซิเจนภายในรัง และยังสามารถรักษาอุณหภูมิตลอดทั้งวัน ภายในรังอุณหภูมิแทบไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งยังรักษาความชื้นภายในรังได้อย่างน่าอัศจรรย์
- ปลวกกิน เซลลูโลส ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญเนื้อไม้ ใบไม้เป็นอาหาร บางทีกินแม้กระทั่งมูลของพวกเดียวกัน มีปลวกน้อยชนิดที่กินอินทรีย์สารและไลเคน
- เนื้อไม้จะถูกย่อยโดยเอนไซม์จากโปรโตซัวภายในระบบทางเดินอาหารของปลวก
- ปลวกต้องการความชื้นอย่างมาก เพราะลำตัวปลวกเป็นเนื้อเยื่อบอบบาง สูญเสียความชื้นจากร่างกายได้ง่าย จึงต้องอาศัยความชื้นสูงรอบๆตัวเพื่อความอยู่รอด

ขอบคุณที่มา : ปลวกไทย.com

วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ความรู้เรื่องปลวก













ปลวก เป็นแมลงที่มีชีวิตความเป็นอยู่แบบสังคม มักรวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ภายในรัง โดยทั่วไปมีนิสัยจะไม่ชอบแสงสว่าง ชอบที่มืด ชอบที่อับชื้น และประชากรปลวกยังมีการแบ่งแยกหน้าที่ ตามวรรณะต่างๆ ด้วย เช่น

วรรณะราชินี มีหน้าที่ เป็นผู้กำหนด ทุกชีวิตใน รัง และมีหน้าที่ ในการออกไข่ เพื่อเพิ่มประชากร โดยจะเคลื่อนไหวได้ช้ามาก แต่จะสามารถออกไข่ได้ 20,000-30,000 ฟอง ต่อวัน

วรรณะราชา มีหน้าที่ผสมพันธุ์เพื่อเพิ่มประชากรในรัง

วรรณะทหาร เป็น ปลวก ที่มีหัวโต สีเข้มและแข็ง มีกรามขนาดใหญ่ ซึ่งดัดแปลงไปเป็นอวัยวะคล้ายครีมที่มีปลายแหลมคม เพื่อใช้ในการต่อสู้กับศัตรูที่มารบกวนสมาชิกภายในรัง ไม่มีปีก ไม่มีตา ไม่มีเพศ บางชนิดจะดัดแปลงส่วนหัวให้ยื่นยาวออกไปเป็นงวง เพื่อกลั่นสารเหนียวปล่อยหรือพ่นไปติดตัวศัตรู ทำให้ศัตรูเคลื่อนไหวไม่ได้

วรรณะกรรมกร หรือ ปลวกงาน เป็นปลวกตัวเล็กสีขาวนวลไม่มีปีก ไม่มีเพศ ไม่มีตา และใช้หนวดเป็นอวัยวะรับความรู้สึกในการคลำทาง ทำหน้าที่เกือบทุกอย่างภายในรัง เช่น หาอาหารป้อนราชินี ราชา ตัวอ่อนและทหาร ซึ่งไม่สามารถหาอาหารกินเองได้ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่ในการสร้างรัง ทำความสะอาดรัง ดูแลไข่ เพาะเลี้ยงเชื้อรา และซ่อมแซมรังที่ถูกทำลาย

ปลวกส่วนใหญ่จะกินอาหารประเภทเนื้อไม้ เปลือกไม้ เศษไม้ ใบไม้ หรือวัสดุอื่นๆ ที่มีเซลลูโลสเป็น องค์ประกอบ โดยในระบบทางเดินอาหารของ ปลวก จะมีสัตว์เซลเดียว คือโปรโตซัวในปลวกชั้นต่ำ หรือ จุลินทรีย์ ได้แก่ แบคทีเรีย และเชื้อราใน ปลวกชั้นสูง ซึ่งจะทำหน้าที่ช่วยในการย่อยอาหารประเภทเซลลูโลสหรือสารประกอบอื่นๆ ให้กลายเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ปลวก

ขอบคุณที่มา : http://www.กำจัดปลวกกรุงเทพ.com/