วันอังคารที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2559

แมลงก้นกระดก ห้ามตบเด็ดขาด


ถ้ามาเกาะบนตัวคุณ ห้ามตบมันเพื่อกำจัดแมลงเด็ดขาด เพราะในตัวมันมีสารพิษชนิดเหลว เมื่อสัมผัสผิวเราจะทำให้ผิวหนังบริเวณที่สัมผัสไหม้มักเเป็นรอยแปลกๆ
จากข้อความทางโซเชียล มีเดีย ที่ส่งต่อๆ กันมาเป็นทอดๆ เกี่ยวกับพิษภัยของ “ด้วงก้นกระดก” ที่เมื่อโดนกัดหรือต่อยแล้ว จะเกิดเป็นโรคผิวหนังอักเสบ จนอาจทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตนั้น
ทางสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยขอยืนยันว่าโรคผิวหนังอักเสบจากแมลงก้นกระดก ชนิดนี้ไม่ได้เป็นโรคใหม่ ซึ่งมีการค้นพบในประเทศไทยหลายสิบปีแล้ว แต่ก่อนนี้มักพบบ่อยตามชานเมืองที่มีหนองน้ำ แต่ปัจจุบันพบบ่อยขึ้น ทั้งในต่างจังหวัดและกรุงเทพฯและในทุกฤดูกาล ส่วนต่างประเทศมีรายงานการระบาด เช่น ไต้หวัน อินเดีย อาฟริกา แต่ยังไม่เคยมีการรายงานว่าถึงแก่ชีวิต
“เตือนกันทั่วโลก ไปแล้วว่า แมลง (หรือหนอน?) ชนิดนี้ (ไม่ทราบว่าจะแปลชื่อเป็นภาษาไทยว่าอย่างไรดี) แต่ถ้ามาเกาะบนตัวคุณ ห้ามตบมันเด็ดขาด เพราะในตัวมันมีสารพิษชนิดเหลว เมื่อสัมผัสผิวเรา ตายลูกเดียวเลย บอกเด็ก ๆ เพื่อนๆด้วยว่าหากมีแมลงแบบนี้มาเกาะ ให้ใช้ปากเป่าไล่ก็ได้แล้ว ห้ามใช้มือตีเพื่อกำจัดแมลงมันเด็ดขาด หมอเน้นว่าถ้าแชร์เรื่องนี้ออกไปสักสิบคน อย่างน้อยช่วยชีวิตคนได้ถึงหนึ่งชีวิตเชียว” ข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย
ข้อความนี้มีส่วนถูกต้อง คือ เมื่อโดนแมลงนี้ห้ามตบ เพราะในตัวมีสารพิษ แต่ที่ไม่ถูกต้องคือ ถึงแก่ชีวิต และแมลงตัวนี้บินไม่ได้ จึงไม่สามารถมาเกาะได้ ส่วนใหญ่ผู้ที่โดนจะไม่รู้สึกตัวจะทราบก็มีผื่นแล้ว ไม่เคยมีรายงานว่าถึงตาย และรูปที่ส่งมาเป็นตุ่มน้ำ พอง ไม่น่าจะเกิดจากแมลงชนิดนี้
มารู้จักแมลงชนิดนี้กันดีกว่า
แมลงก้นกระดก หรือ ด้วงก้นกระดก หรือ แมลงเฟรชชี่ (มักจะเจอช่วงเปิดเทอมใหม่ๆ) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ ว่า Paederus Fucipes เป็นแมลงขนาดเล็ก ประมาณ 7-8 มม. ส่วนหัวมีสีดำ ปีกน้ำเงินเข้มขนาดเล็ก และส่วนท้องมีสีส้ม ชอบงอส่วนท้ายกระดกขึ้นลง ทำให้ได้ชื่อว่าแมลงก้นกระดก เป็นแมลงที่พบเฉพาะในเขตร้อนชื้น โดยมากอาศัยบริเวณพงหญ้าที่มีความชื้น ใกล้หนองน้ำ ชอบออกมาเล่นไฟและแสงสว่างตามบ้านเรือน ทำให้พบว่ามันจะลอดมุ้งลวดเข้ามาได้
ผื่นที่เกิดจากแมลงชนิดนี้ไม่ได้เกิดจากการที่มันกัดหรือต่อย แต่เกิดจากการที่ไปโดนแล้วบี้ทำให้สารเคมีในตัวที่ชื่อว่า paederin จะทำให้ผิวหนังบริเวณที่สัมผัสไหม้มักเเป็นรอยแปลกๆตามที่มือไปสัมผัส อาจเป็นเส้น เป็นทางทำให้คิดว่าเป็นงูสวัดหรือเริม บางครั้งพบลักษณะเฉพาะของโรคนี้ คือ kissing lesion คือถ้าเป็นที่ข้อพับจะเกิดผื่นที่เหมือนกันในด้านตรงข้าม ส่วนใหญ่มักโดนเวลากลางคืน แต่จะไม่เกิดอาการ จน 6-12 ชั่วโมง จึงเกิดอาการ ทำให้มือที่สัมผัสเไปโดนบริเวณอื่นแล้วทำให้เกิดอาการหลายตำแหน่งได้
สำหรับการป้องกันเมื่อโดนแมลงหรือเกิดอาการปวดแสบปวดร้อน ให้ล้างด้วยน้ำสบู่และน้ำสะอาดหลายๆครั้ง หรือใช้แอมโมเนียทาบริเวณที่โดนแมลงจะลดอาการแสบร้อนได้ ถ้าผื่นเป็นน้อยๆจะหายไปเองได้แต่ถ้ามีการติดเชื้อแทรกซ้อนต้องให้ยาปฎิชีวนะทาหรือรับประทานด้วย ถ้ามีแมลงมาเกาะพยายามอย่าตบ บดขยี้บนลงผิวหนังให้ปัดออกหรือกำจัดโดยวิธีอื่น
แมลงชนิดนี้ชอบไฟในเวลากลางคืน ดังนั้นไม่ควรเปิดไฟแรงสูงทิ้งไว้เพราะแสงไฟจะล่อแมลงเข้ามา จากการทดลองพบว่าแมลงจะชอบเข้ามาถ้าใช้แสงไฟนีออนหรือหลอดไฟที่มีแรงเทียนสูงกว่า 40 วัตต์ ดังนั้นประตู หน้าต่างควรบุด้วยมุ้งลวดที่มีความถี่มากๆเพื่อให้แมลงเข้ามาไม่ได้
ถ้าไม่แน่ใจว่าโดนแมลงหรือไม่แต่แสบๆร้อนๆให้ ทำความสะอาดผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ทำความสะอาดบ้านมองหาตามผนังและเพดานใกล้หลอดไฟ อย่าเปิดไฟนอน และควรปิดประตูหรือหน้าต่างให้ดีก่อนที่จะเข้านอน
จะเห็นว่าแมลงชนิดนี้ไม่ได้อันตราย กัดต่อยแล้วถึงกับชีวิต แต่ สามารทำให้ผิวหนังไหม้พองได้ ดังนั้น ควรป้องกันไว้ก่อนจะดีที่สุด.
ขอบคุณที่มา http://www.bangkokbiznews.com/

วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2559

ปัญหาปลวกป้องกันได้ กับเคล็ดลับที่ควรรู้ก่อนบ้านพัง !


ใครที่เคยเจอประสบการณ์กับเจ้าแมลงตัวร้ายเล็กจิ๋วแต่กลับมีพลังทำลายล้างสูง ด้วยปริมาณของมันซึ่งหากได้ย่างกรายเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบ้านเราแล้ว มันก็เปรียบเสมือนกองทัพยักษ์ที่พร้อมทำลายทุกอย่างให้ราบเป็นหน้ากลองได้ และเจ้าแมลงเหล่านี้ก็คงจะหนีไม่พ้น “ปลวก” ตัวกินไม้ที่เป็นฝันร้ายของคนรัก ยิ่งบ้านไหนมีไม้เป็นส่วนประกอบอยู่มากยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เมื่อใดก็ตามที่มันเข้ากัดแทะทำลาย บางครั้งกว่าจะรู้ตัวก็สายเกินแก้ ดังนั้นทางที่ดีควรหาทางป้องกันแต่เนิ่นๆ ด้วยเคล็ดลับต่อไปนี้ที่ไม่ควรมองข้าม พร้อมการดูแลบ้านให้ห่างไกลจากกองทัพอันตรายเหล่านี้กันค่ะ
เริ่มต้นด้วยการเลือกเนื้อไม้ที่มีความคงทน
ก่อนเริ่มสร้างบ้านไม้ ทางที่ดีควรเลือกไม้ที่มีความคงทน มองไปยังอนาคตว่าไม้ที่เลือกใช้นั้นจะต้องเผชิญกับปัญหาอะไรด้วยหรือไม่ โดยเฉพาะปลวกที่จะเป็นตัวการสำคัญทำลายความแข็งแรงของบ้านจนพังทลายกลายเป็นผุยผงได้ง่ายๆ คุณสมบัติของเนื้อไม้ที่ดีในการนำมาเลือกใช้ไม่ว่าจะเป็นตัวบ้านหรือเฟอร์นิเจอร์ ควรเลือกเป็น “ไม้เนื้อแข็ง” โดยเฉพาะไม่สักที่มีความคงทนและปลวกไม่สามารถกัดแทะได้ รองลงมาคือไม้เต็งรัง ไม้เดงและไม้ประดู่ เป็นต้น ส่วนกรณีที่จำเป็นต้องใช้ที่เสี่ยงต่อการโดนกัดแทะ ซึ่งมักจะเป็นไม้เนื้ออ่อน ให้เคลือบน้ำยากำจัดปลวกและกำจัดแมลงอื่นๆ ก่อน ก็จะช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้ ให้ไม้สามารถใช้งานต่อไปได้ยาวนานมากขึ้น

ป้องกันบ้านจากความชื้น
ความชื้นเป็นตัวดึงดูดปลวกให้ขนย้ายครอบครัวเข้ามาอาศัยอยู่ส่วนใดส่วนหนึ่งของบ้านเราได้ง่าย บ้านที่มีเฟอร์นิเจอร์เป็นไม้อยู่ควรป้องกันด้วยการใช้แผ่นยางติดไปกับขอบประตูหน้าต่างเพื่อป้องกันไม่ให้ความชื้นจากภายนอกเข้ามาได้ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน และที่สำคัญยังช่วยป้องกันไม่ให้ปลวกสามารถกัดแทะไม้ได้จากภายนอก เป็นการป้องกันที่ถือว่าเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลงานไม้ได้อีกทางหนึ่ง

เลี้ยงไส้เดือนภายในสวนรอบบ้าน
ประโยชน์ของไส้เดือนไม่เพียงเฉพาะช่วยในการพรวนดินให้เหมาะสำหรับการปลูกต้นไม้ ช่วยทำให้ดินร่วนซุย ทว่ามันยังมีคุณสมบัติช่วยป้องกันปลวกไม่ให้สามารถเข้ามาในพื้นที่ของบ้านได้ เนื่องจากในตัวไส้เดือนมีแบคทีเรียที่เป็นอันตรายและสามารถสร้างสารพิษทำลายตัวปลวกได้ ที่ไหนมีไส้เดือนเหล่ากองทัพปลวกจึงพยายามหลีกเลี่ยง ดังนั่นหากใครต้องการเลือกวิธีธรรมชาติ ลองให้ไส้เดือนเป็นส่วนหนึ่งของเพื่อนบ้านที่จะช่วยดูแลสวนและเป็นกองทัพป้องกันปลวกได้อีกด้วย
เคล็ดลับที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงบางส่วนสำหรับการป้องกันปลวกไม่ให้เข้ามากัดแทะเนื้อไม้ภายในบ้านของเราได้ อย่างไรก็ตามในปัจจุบันก็ยังมีเทคโนโลยีทางเลือกที่จะเข้ามาทดแทนการใช้ไม้ ด้วยการจำลองไม้ไฟเบอร์รูปลักษณ์เหมือนไม้จริง แต่ตัดข้อเสียของไม้ออกไป ให้เราได้เสน่ห์ของบ้านไม้ที่ไม่ต่างกันค่ะ
ขอบคุณที่มา http://home.sanook.com/5571/


วันอังคารที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2559

หมดกังวลเรื่องปลวกขึ้นบ้าน ด้วยวิธีกำจัดปลวกอย่างได้ผล

วิธีกำจัดปลวกอย่างได้ผล

1. เลือกใช้ไม้ที่เคลือบสารเคมี ป้องกันปลวกก่อนการปลูกบ้านหรือก่อนการเลือกเฟอร์นิเจอร์ เพื่อป้องกันการเกิดปลวกกินหรือทำรังในเนื้อไม้ของเรา

2. ลดความชื้นภายในบ้าน เนื่องจากปลวกเป็นสัตว์ที่ชอบความชื้นเป็นอย่างมาก สามารถทำได้โดยการเปิดประตูและหน้าต่าง เพื่อระบายอากาศให้ถ่ายเท รวมถึงพยายามให้แสงแดดสามารถส่องเข้ามาภายในบ้านให้มากที่สุด เพียงเท่านี้ก็จะทำให้บ้านของเราเป็นที่ไม่พึงประสงค์สำหรับปลวกอีกต่อไป

3. แสงแดดจัด สำหรับเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านที่ทำจากไม้ เมื่อพบว่าถูกปลวกกินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้นำเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้นไปตากไว้กลางแดดจัดๆ เพราะปลวกเป็นสัตว์ที่เกลียดแสงแดดเป็นที่สุด เมื่อวางทิ้งไว้ประมาณ 2 วัน ปลวกที่กัดกินอยู่ภายในเฟอร์นิเจอร์ก็จะค่อยๆทยอยตายจนหมด

4. บริษัทกำจัดปลวก สำหรับบ้านใครที่ถูกปลวกกินจนเกินความสามารถที่จะกำจัดด้วยตัวเองได้แล้วนั้น ก็สามารถเลือกใช้บริการได้จากบริษัทที่ให้บริการกำจัดปลวกมืออาชีพ เพราะนอกจากจะช่วยให้ การกำจัดปลวกเป็นได้อย่างรวดเร็วแล้วนั้น ยังจะได้รับคำแนะนำใหม่ๆในการป้องกันปลวกที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกในอนาคตอีกด้วย

บางครั้งบริษัทรับกำจัดปลวกก็นิยมเลือกใช้สารเคมีเนื่องจากได้ผลเร็วอย่างเห็นได้ชัด แต่ปัจจุบันนักวิจัยไทยได้พัฒนายากำจัดปลวกที่ทำจากสมุนไพร ซึ่งมีประสิทธิภาพเท่าเทียมกับการใช้สารเคมี แต่ผลพลอยได้ที่เหนือกว่าการใช้สารเคมีคือความปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัย ไม่มีสารพิษตกค้างไม่ว่าทางใดต่อมนุษย์ จึงกลายเป็นทางเลือกใหม่ ที่กำลังได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2559

วิธีกำจัดแมงเม่า เมื่อบินเข้าบ้านเรา

แมงเม่าคืออะไร

แมลลงเม่าคือปลวกตัวเต็มวัย ซึ่งมักจะมาเล่นไฟเพื่อจับคู่ผสมพันธุ์ จากนั้นจะสลัดปีก หารอยแตกในบ้านเพื่อสร้างรัง โดยธรรมชาติปลวกจะทำรังความลึกไม่เกิน 1 เมตร จากระดับพื้นดิน มักพบแมงเม่าในช่วงต้นปีที่มีอากาศร้อนจัดหรือวันที่มีฝนตก

มาดูวิธีกำจัดแมลงเม่าแบบบ้านๆ แต่ได้ผลกัน


  •  นำถุงพลาสติกไปติดใต้หลอดไฟด้วยเทปใส โดยเว้นระยะห่างพอสมควร แมลงเม่าจะบินเข้ามาในถุงแต่ไม่สามารถบินออกไปได้

  • นำกะละมังใส่น้ำไปวางใต้หลอดไฟ เมื่อแมลงเม่าเห็นแสงสะท้อนไฟในน้ำจะบินลงมาในกะละมัง และมันจะไม่สามารถบินขึ้นได้อีก
  • นำใบขี้เหล็กบดให้ละเอียดผสมกับน้ำ กรองเฉพาะน้ำ ฉีดพ่นบริเวณรังของแมลงเม่า
  • นำใบตองหรือกระดาษทาด้วยน้ำมันพืชไปผูกใต้หลอดไฟ แมลงเม่าจะบินไปติดเอง
ขอบคุณที่มา :  home.kapook.com

วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

นางพญาปลวก

นางพญาปลวก
มาทำความรู้จักกับนางพญาปลวก
รู้กันมานานว่าปลวกเป็นสัตว์ตัวเล็กจิ๋วแต่ฤทธิ์เดชร้ายกาจนัก แถมพวกมันยังมีจำนวนมากมายเหลือคณานับอีกด้วย ทั้งนี้ก็เพราะปลวกเป็นแมลงที่ออกไข่ได้เยอะมาก
         ปลวกเป็นสัตว์สังคมที่อาศัยอยู่ร่วมกันเป็นฝูงใหญ่ มีการแบ่งหน้าที่กันทำงานอย่างชัดเจน ปลวกงานมีโครงสร้างปากที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่ป้อนอาหารให้นางพญาปลวกกับเลี้ยงดูตัวอ่อน รวมทั้งสร้างและซ่อมแซมรังด้วย ปลวกทหารมีปากที่มีเขี้ยวแข็งแรงและแหลมคมไว้คอยฆ่าเหล่าศัตรู ซึ่งศัตรูหมายเลขหนึ่งของปลวกคือมด
        ปลวกบางชนิดสร้างรังด้วยดินและวัสดุจากพืชโดยใช้น้ำลายกับอุจจาระของมันเองเป็นตัวเชื่อมประสาน และจะก่อขึ้นมาเป็นทรงสูง ๆ จนมีรูปร่างคล้ายหอคอยขนาดใหญ่รังบางรังสูงเกินกว่า 3 เมตร แถมยังแข็งแรงทนทานมาก ขนาดรถไถยังทำอะไรมันไม่ได้ บางครั้งถ้าจะกำจัดรังปลวกที่บังเอิญขึ้นอยู่ในไร่นา เขาถึงกับต้องใช้ระเบิดทำลายกันเลยทีเดียว รังอันทรงอานุภาพยิ่งเหล่านี้เรียกว่า "จอมปลวก" และตรงส่วนกลางของจอมปลวกคือที่อยู่อาศัยของนางพญาปลวกและเหล่าปลวกเพศผู้ซึ่งเปรียบเสมือนราชาตัวน้อย ๆ ของนางพญา
        นางพญาปลวกที่เติบโตจนถึงวัยเจริญพันธุ์ หรือวัยที่ร่างกายเจริญสมบูรณ์จนสามารถสืบพันธุ์ได้แล้วจะมีขนาดตัวที่พองใหญกว่าเดิมหลายเท่า แต่ละตัววัดความยาวได้ไม่ต่ำกว่าหนึ่งนิ้ว นางพญาปลวกในวัยนี้ไม่ทำอะไรเลยนอกจากตั้งหน้าตั้งตาออกไข่ เรียกว่าทำตัวเป็น "โรงงานผลิตไข่" อย่างเดียวเลย และผลิตได้มากจนเหลือเชื่อเสียด้วย บางช่วงมันสามารถวางไข่ได้มากถึง 30 ฟองต่อนาทีทีเดียว ระหว่างนี้นางพญาปลวกจะขยับตัวไปไหนมาไหนไม่ได้เลย แต่มันจะไม่มีวันอดตาย เพราะมีเหล่าปลวกงานทำหน้าที่คอยดูแลทำความสะอาดและป้อนอาหารให้มันกิน
        ในวัยแรกเริ่มของนางพญาปลวก มันเป็นปลวกตัวเมียที่สามารถสืบพันธุ์ได้และมีปีกด้วย มันจะบินออกจากรังที่มันเคยอยู่พร้อม ๆ กับปลวกตัวเมียและปลวกตัวผู้อื่น ๆ ซึ่งขณะนั้นยังมีปีกอยู่ เมื่อปลวกตัวเมียร่อนลงบนพื้นดิน ณ ที่ใดที่หนึ่งแล้ว มันก็จะผสมพันธุ์กับปลวกตัวผู้ ปีกของพวกมันจะหลุดออกจากตัว ในระหว่างนี้ จากนั้นมันก็จะช่วยกันก่อร่างสร้างรังและผลิตปลวกลูก ๆ ออกมาจนกลายเป็นปลวกฝูงใหม่อีกฝูงหนึ่ง นอกจากวางไข่เฉลี่ยวันละ 1,000 ฟองแล้ว นางพญาปลวกยังเป็นแมลงที่อายุยืนมากด้วย แต่ละตัวอาจมีชีวิตอยู่นานเกิน 20 ปี ลองคำนวณดูแล้วตลอดช่วงการเป็นโรงงานผลิตไข่ของนางพญาปลวกตัวหนึ่งนั้น มันสามารถให้กำเนิดปลวกเพิ่มขึ้นประมาณ 7 ล้าน 3 แสน ตัวเป็นอย่างต่ำ
ตัวอย่าง นางพญาปลวก
ขอบคุณบทความจาก: rmutphysics.com

วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ชีวิตความเป็นอยู่ และวงจรชีวิตของปลวก

ปลวกเป็นแมลงที่มีชีวิตความเป็นอยู่แบบสังคม มักอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ภายในรังโดยทั่วไปมีนิสัยไม่ชอบแสงสว่าง ชอบที่มืดและอับชื้น ประชากรปลวกมีการแบ่งแยกหน้าที่การทำงานออไปเป็นวรรณะต่างๆ รวม 3 วรรณะคือ

1. วรรณะสืบพันธ์ หรือแมลงเม่า

ประกอบด้วยตัวเต็มวัยที่มีปีกทั้งเพศผู้และเพศเมีย ทำหน้าที่สืบพันธุ์และกระจายพันธุ์โดยจะบินออกจากรังเมื่อดินฟ้าอากาศเหมาะสม เพื่อจับคู่กันและจะสลัดปีก ผสมพันธุ์กันและหาพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อวางไข่

2. วรรณะกรรมกร หรือปลวกงาน

เป็นปลวกตัวเล็กสีขาวนวลไม่มีปีก ไม่มีเพศ ไม่มีตา ใช้หนวดเป็นอวัยวะรับความรู้สึกคลำทาง ทำหน้าทีเกือบทุกอย่างภายในรัง เช่น หาอาหารมาป้อนราชินี ราชา ตัวอ่อนและทหารซึ่งไม่หาอาหารกินเองนอกจากนี้ยังทำหน้าที่สร้างรัง ทำความสะอาดรัง ดูแลไข่เพาะเลี้ยงเชื้อราและซ่อมแซมรังที่ถูกทำลาย

3. วรรณะทหาร

เป็นปลวกที่มีหัวโต สีเข้ม และแข็งมีกรามขนาดใหญ่ ซึ่งดับแปลงไปเป็นอวัยวะคล้ายคีมที่มีปลายเหลมคมเพื่อใช้ในการต่อสู้กับศัตรูที่มารบกวนสมาชิกภายในรัง ไม่มีปีก ไม่มีตา ไม่มีเพศบางชนิดจะดัดแปลงส่วนหัวให้ยื่นยาวออกไปเป็นงวง เพื่อกลั่นสารเหนียวปล่อยหรือพ่นไปติดตัวศัตรูทำให้เคลื่อนไหวไม่ได้ หรืออาจทำให้ตายได้

ขอบคุณที่มา : jcc2u.com

วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ความรู้เกี่ยวกับปลวก

ปลวก (termite, หรือ มดขาว White Ant) อันดับ (Order) Isoptera เป็นแมลงสังคม อยู่ตามลำพังไม่ได้ ต้องอยู่ร่วมกันเป็นหมู่กับปลวกตัวอื่นๆ

- ปลวกเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวในโลกที่สามารถเพาะเลี้ยงเห็ดที่มีรสชาติอร่อยที่สุดในประเทศไทยได้ คือ เห็ดโคน แม้มนุษย์ที่ว่าเก่งทุกวันนี้ก็ยังเพาะเห็ดโคนไม่ได้

- ปลวกได้รับการจัดอันดับให้เป็นสัตว์ที่เก่งเป็นอันดับ 1 ของโลกในด้านการก่อสร้าง เพราะถ้าปลวกตัวเท่าคน มันจะสามารถสร้างรังได้สูงเท่ากับตึกกว่า 100 ชั้น

- ประมาณ 11 % ของแก๊สมีเทนทั้งหมดที่ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศโลก เกิดจากการกระทำของปลวกในกระบวนการย่อยสลายเซลลูโลส อันเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก

- นางพญาปลวกสามารถวางไข่ประมาณ 30,000 ฟอง ต่อวัน จึงเป็นสัตว์ที่แพร่พันธุ์ได้เก่งเป็นอันดับที่ 2 ของโลก (โดยอันดับที่ 1 คือพยาธิตัวตืด)

- ทั่วโลกพบปลวกมากกว่า 2,700 ชนิด ปลวกมีหลายขนาดตั้งแต่ตัวเล็กนิดเดียว จนถึงบางชนิดมีตัวขนาดใหญ่

- ปลวกเป็นแมลงที่มีประโยชน์ต่อโลกใบนี้เพราะช่วยย่อยสลายอินทรีย์สาร แต่มีโทษต่อเศรษฐกิจเพราะมันเป็นตัวสำคัญในการทำลายอาคารบ้านเรือน , เครื่องเรือน ,สิ่งก่อสร้าง อื่นๆ

- ปลวกพบมากในประเทศแถบร้อนชื้น อย่างเช่นประเทศเรานี้

ปลวก ประกอบด้วย 4 วรรณะ (บางทีอาจกล่าวว่ามี 3 วรรณะ เพราะรวมวรรณะที่ 1 และ 2 เข้าไว้ด้วยกัน)

1) ปลวกสืบพันธุ์ (primary reproductive caste) - คือ ราขาปลวก(king) และ ราชินีปลวก(queen)

ราชินีปลวก (ปลวกนางพญา) ทำหน้าที่ผสมพันธุ์ ขยายพันธุ์ และปล่อยฟีโรโมนเพื่อควบคุมการทำงานของวรรณะอื่นๆ ภายในรัง

2) ปลวกสืบพันธุ์สำรอง (Secondary Reproductive caste) จะทำหน้าที่ราชาหรือราชินีปลวกแทนในกรณีที่ไม่มีราชาหรือราชินี(เช่นตายหรือถูกคนจับเอาไป)

3) ปลวกงาน (Worker Caste)

ขาวคล้ายมด ตัวเล็ก ไม่มีตา ไม่มีปีก ไม่มีเพศ ทำหน้าที่สร้างรัง ซ่อมแซมรัง บางสายพันธุ์จะเพาะเลี้ยงเห็ดราภายในสวนเห็ด (fungus garden) และหาอาหารมาเลี้ยงปลวกวรรณะอื่นๆ

4) ปลวกทหาร (Soldier Caste)

ตัวเล็ก หัวโต ไม่มีตา (แต่ปลวกบางชนิดส่วนน้อยก็มีตา) ไม่มีปีก ไม่มีเพศ ขากรรไกรขนาดใหญ่ ทำหน้าที่ต่อสู้ศัตรู

ป้องกันรัง มีประมาณ 10% ของจำนวนปลวกทั้งหมด กินอาหารเองไม่ได้ต้องมีปลวกงานคอยป้อนอาหารให้