แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Pestrepeller แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Pestrepeller แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2559

วรรณกรรมนิเวศวิทยา การป้องกันและการกำจัดปลวกอย่างยั่งยืน

ขั้วที่แตกต่างกัน ระหว่างวรรณกรรมการจัดการศัตรูพืช ที่แสดงให้เห็นว่าปลวก เป็น " ศัตรู " และ วรรณกรรมนิเวศวิทยา แสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของพวกเขาในระบบนิเวศ มีข้อสงสัยว่าบางชนิด ทำให้เกิดความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญให้กับพืช,ทุ่งหญ้า,ต้นไม้ และ ไม้โครงสร้าง ในเวลาเดียวกันพวกเขายัง มีบทบาทที่เป็นประโยชน์ ของกระบวนการทางนิเวศวิทยา ที่สำคัญความสนใจอย่างต่อเนื่อง ในการเกษตรอย่างยั่งยืนและ ความมั่นคงด้านอาหาร ในทวีปแอฟริกาเน้นความจำเป็นสำหรับวิธีการ สมดุลมากขึ้นในการ ควบคุมปลวกและการบำรุงรักษาระบบนิเวศของพวกเขา ในการเริ่มต้นเพื่อที่อยู่ ไม่ตรงกัน ระหว่างเรากับปลวก เราสามารถกำจัดปลวกและมีโอกาสสำหรับการจัดการระบบป้องกันปลวกที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็น ในการจัดการปลวกอย่างยั่งยืน โดยการไม่ใช้สารเคมีในการกำจัดปลวก
  1. การใช้ระบบกำจัดโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อ ระบบนิเวศ และการสูญเสียของการให้บริการ ของระบบนิเวศ โดยปลวก
  2. การใช้ระบบกำจัดโดยไม่ส่งผลต่อมนุษย์และสัตว์เลี้ยง
  3. การวางระบบป้องกันและกำจัดปลวก และทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง(ไม้เหยื่อใน station) โดยไม่ต้องหลบหนีพวกเขา บริหารจัดการความเสี่ยงและ ความยืดหยุ่น การสร้างความมั่นใจเป็นแนวคิดหลัก ในการพัฒนาอย่างยั่งยืน

สรุปคือการกำจัดปลวกโดยใช้นิสัยของปลวก คือกินอาหาร ถ่ายโอนอาหารภายในรัง ทำให้ปลวกได้รับสารยับยั้งการเจริญเติบโตอย่างทั่ว (ลอกคราบไม่ได้) เมื่อเจริญเติบโตไม่ได้ก็ทำให้เกิดการล่มสลายรัง
บทความข้างต้นโดย
Gudeta W. Sileshi(ICRAF)
โครงการในภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้, Chitedze สถานีวิจัยการเกษตร

วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2559

ประโยชน์ของปลวก : เห็ดโคนกับปลวก


การเกิดเห็ดโคนนี้มี ความสัมพันธ์กับปลวกแบบพึ่งพาอาศัยกัน (obligate symbiosis) กล่าวคือ ปลวกอาศัยเห็ดในการย่อย cellulose และ lignin จากเศษไม้ในรังปลวกให้เป็นโมเลกุลของน้ำตาล ส่วนเห็ดมีชีวิตอยู่ได้ ในรังปลวกโดยใช้สารเคมีที่ปลวกขับถ่ายออกมา ปลวกเพาะเลี้ยงเชื้อราจัดอยู่ ใน Family Termitidae จำแนกพบในประเทศไทยมี 15 ชนิด จัดอยู่ใน 5 สกุล ดังนี้ สกุล Odontotermes พบ 8 ชนิด สกุล Macrotermes พบ 4 ชนิด สกุล Hypotermes พบ 1 ชนิด สกุล Ancistrotermes พบ 1 ชนิด และสกุล Microtermes พบ 1 ชนิด
เห็ดโคนเป็นเห็ดกินได้ที่มีรสชาติดีเป็นที่นิยมบริโภค กำจัดปลวก จึงทำให้เห็ดโคน มีราคาแพง เห็ดโคนสดราคากิโลกรัมละ 80-500 บาท ขึ้นอยู่กับลักษณะของ ดอกเห็ด ชนิดดอกตูมหรือดอกบาน และสถานที่วางจำหน่าย ดังนั้นเห็ดโคน จึงเป็นเห็ดเศรษฐกิจที่ได้รับความสนใจมาก

ความสัมพันธ์ระหว่างเห็ดโคนกับปลวก 
เห็ดโคนเป็นเห็ดที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับปลวก (obligate symbiosis) โดยต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน เห็ดโคนจะเจริญเติบโตออกจากรังปลวกหรือจอมปลวก ถ้าพบเห็ดโคนเจริญเติบโตในบริเวณใด ก็ตามเมื่อขุดลึกลงในดินจะพบรากเห็ดโคนเจริญมาจากรังเลี้ยงตัวอ่อน (comb) หรือสวนเห็ด (fungus garden) เมื่อเห็ดโคนเจริญเติบโตเต็มที่ก็จะมีการสร้างสปอร์บริเวณครีบดอก และในขณะที่ดอกเห็ดบานออกจะปล่อย สปอร์ที่แก่หลุดออกจากดอก กำจัดปลวก ซึ่งจะถูกลมพัดพาไปตกในบริเวณที่เหมาะสมหรือบริเวณที่มีอินทรียวัตถุมากๆ จะมีกลิ่นดึงดูดปลวกได้เป็นอย่างดี ปลวกจะกินอินทรียวัตถุเป็นอาหารพร้อมกับคาบบางส่วนเข้าไปในรังปลวกเพื่อเก็บเป็นอาหารสำหรับเลี้ยงตัวอ่อน การสร้างรังปลวกจะเริ่มที่ผิวดินก่อน สปอร์ของเห็ดโคนจะเข้าไปในรังปลวกพร้อมกับเจริญเติบโตเป็นเส้นใยอยู่ภายในรังเลี้ยงตัวอ่อน จากนั้นเส้นใยของเห็ดโคนก็จะพัฒนาไปเป็นตุ่มเล็กๆ กระจายอยู่บริเวณสวนเห็ดซึ่งอยู่ภายในรังเลี้ยงตัวอ่อน ถ้าสภาวะแวดล้อม อุณหภูมิ และความชื้นเหมาะสมตุ่มดอกจะค่อยๆ พัฒนา และเจริญไปเป็นดอกเห็ดโคนต่อไป
สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเห็ดโคน 
บริเวณรังปลวกที่มีเห็ดโคนขึ้นอยู่จะมีความชื้นสูงมาก อุณหภูมิภายในโพรงของรังปลวกประมาณ 28-30 C° และอุณหภูมิภายนอกรังปลวก ประมาณ 26-27 C° สภาพความเป็นกรด-ด่าง (pH) ประมาณ 5.0-5.6 และความชื้นสัมพัทธ์ของบรรยากาศประมาณ 70-80%
ขอบคุณที่มา nicebugservice.com



วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2559

แมลงทอดมีโปรตีน - ไขมันสูง แต่ไม่ควรกินมาก


กระทรวงสาธารณสุข เผยผลศึกษาแมลงทอดที่คนไทยนิยมบริโภคเป็นของว่าง มีโปรตีน - ไขมันสูง กำจัดแมลง แต่แนะไม่ควรรับประทานมากเกินไป พร้อมเตือนผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ระวังระมัดระวังการบริโภคเพราะอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

          นายแพทย์ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกระแสนิยมบริโภคแมลงเป็นของว่างในประเทศไทยที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแต่ละปีมีปริมาณการบริโภคแมลงทุกชนิดประมาณ 2 ตัน ว่า จากข้อมูลของกรมวิชาการเกษตร พบว่า ประเทศไทยมีแมลงที่มีคุณค่าอาหารอย่างน้อย 194 ชนิด กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จึงนำแมลง 8 ชนิด ที่นิยมบริโภค คือ จิ้งโกร่ง จิ้งหรีด ดักแด้ไหม ตั๊กแตนปาทังก้า ตัวอ่อนของต่อ แมลงกินูน แมลงป่องและหนอนไม้ไผ่ มาวิจัย พบแมลงหนัก 100 กรัม จะมีพลังงาน 98 - 231 กิโลแคลอรี มีโปรตีน 9 - 28 กรัม ไขมัน 2 - 20 กรัม คาร์โบไฮเดรต 1 – 5 กรัม ซึ่งโปรตีนในแมลงทุกชนิดมีปริมาณเทียบเท่าเนื้อหมู เนื้อไก่ ปลาทูนึ่งและไข่ไก่ในขนาดน้ำหนักเท่ากัน ยกเว้นหนอนไม้ไผ่ ที่มีพลังงานและไขมันสูงที่สุด  

          ส่วนแมลงที่มีโคเลสเตอรอลสูงสุด คือ จิ้งหรีด ประชาชนจึงควรระมัดระวังในการบริโภคแมลงเหล่านี้ หากรับประทานเล่นเป็นของว่าง อาจทำให้ได้รับพลังงาน ไขมันและโคเลสเตอรอลมากเกินไป  

          นอกจากนี้ ยังต้องระวังเรื่องสารพิษตกค้างที่ปนเปื้อนมากับยากำจัดศัตรูพืชด้วย หากนำแมลงตายแล้วมาประกอบอาหาร เพราะจะมีสารฮีสตามีน (Histamine) ซึ่งเป็นสารกระตุ้นให้เกิดอาการภูมิแพ้ เมื่อรวมกับการทอดสารดังกล่าวจะยิ่งทวีความรุนแรง บริษัทกำจัดแมลง ซึ่งผู้ที่บริโภคเข้าไปจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศีรษะ หรือมีอาการตาบวม ปากบวม และหากเป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้วอาการอาจหนักจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัย ควรเลือกซื้อแมลงทอดจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ว่าเป็นแมลงสดใหม่ไม่ใช้น้ำมันเก่าทอด และควรเลือกบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม

ขอบคุณที่มา hilight.kapook.com

วันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2559

ระวัง! "ยุงลายเสือ" ที่สุดสัตว์ร้ายอันตรายอันดับโลก!

สำหรับสัตว์อันตรายที่ ไม่ควรมองข้ามอย่างยุง ที่เป็นพาหะนำโรคร้ายสู่มนุษย์ อย่างโรคไข้เลือดออก ที่คร่าคนมามากกว่าสองล้านคนทั่วโลกในแต่ละปีเลยทีเดียวจึงจัดให้ยุงเป็นสัตว์อันตรายระดับโลก และยังนำมาซึ่งเชื้อไข้มาลาเรียและไวรัสไข้เลือดออก  ที่แพร่กระจายอยู่ในตอนนี้ ยุงลายเสือจึงเป็นยุงที่มีความอันตรายในระดับต้นๆอีกด้วย 


ยุงลายเสือ หรือ ยุงเสือ หรือ ยุงแมนโซเนีย (Mansonia) เป็นหนึ่งในยุงที่มีอยู่อย่างน้อย 412 ชนิดในประเทศไทย เป็นยุงขนาดใหญ่
เส้นปีกมีเกล็ดใหญ่สีอ่อนสลับเข้มปกคลุม บางชนิดมีสีเหลือง ขาวสลับดำคล้ายลายของเสือโคร่ง เช่น Ma.uniformis
บางชนิดมีลายออกเขียวคล้ายตุ๊กแก เช่น Ma.annulifera ขาลายเป็นปล้องๆ บริเวณขามีสีแบบตกกระ มีแถบขาวล้อมรอบ กำจัดแมลง

            ตรงส่วนปลายของท้องมีลักษณะเป็น 3 พู แต่ละพูมีขนยาว 1 กระจุก ยุงลายเสือหายใจผ่านทางท่อหายใจที่มีความแข็งแรงและแทงผ่านทะลุรากพืชหรือลำต้นของพืชน้ำได้ เพื่อการแลกเปลี่ยนออกซิเจน โดยยุงลายเสือจะรับเอาออกซิเจนจากรากหรือลำต้นพืชน้ำเวลาหากิน


ยุงลายเสือมีแหล่งเพาะพันธุ์ตามแอ่ง หรือหนองน้ำที่มีวัชพืชและพืชน้ำต่างๆ เช่น จอก ผักตบชวา แพงพวยน้ำ หรือหญ้าปล้อง มันกัดกินเลือดของสัตว์และคน ออกหากินเวลากลางคืน แต่ถ้าไปอยู่แถวแหล่งของมันในเวลากลางวัน มันก็กัดได้เหมือนกัน ยุงลายเสือเป็นพาหะของโรคเท้าช้างจากเชื้อไมโคร ฟิลาเรีย ที่พบมากบริเวณที่ราบทางฝั่งตะวันออกของภาคใต้ ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปจนถึงนราธิวาส และบริเวณชายแดนไทย – พม่า

            เมื่อยุงลายกัดคนที่มีเชื้อไมโครฟิลาเรีย ซึ่งเป็นหนอนพยาธิตัวกลม (มีลักษณะคล้ายเส้นด้าย อาศัยอยู่ในระบบน้ำเหลืองของคน) และดูดเลือดที่มีพยาธินี้เข้าไป ไมโครฟิลาเรียจะเข้าไปเจริญอยู่ในตัวยุงนานประมาณ 7 – 14 วัน จนเป็นตัวอ่อนระยะติดต่อ ซึ่งมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา และจะเคลื่อนที่เข้าสู่ปากยุง เมื่อยุงมากัดคน ตัวอ่อนระยะติดต่อนี้จะไชผ่านผิวหนังบริเวณแผลที่ยุงกัด และเข้าไปเจริญและเพิ่มจำนวนในคน ซึ่งต่อมาจะก่อให้เกิดโรคเท้าช้าง

            คนที่มีอาการมักถูกยุงที่มีเชื้อพยาธิเท้าช้างกัดซ้ำหลายครั้ง อาการในระยะแรกผู้ป่วยอาจมีไข้ ซึ่งเกิดจากการอักเสบของต่อมและท่อน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ ขาหนีบ หรืออัณฑะ เนื่องจากพยาธิตัวแก่ที่อยู่ ในท่อน้ำเหลืองสร้างความระคายเคืองแก่เนื้อเยื่อภายใน รวมทั้งปล่อยสารพิษออกมาด้วย อาการอักเสบจะเป็นๆ หายๆ อยู่เช่นนี้ และจะกระตุ้นให้เกิดอาการบวมขึ้น หากเป็นนานหลายปีจะทำให้อวัยวะนั้นบวมโตอย่างถาวและผิวหนังหนาแข็งขึ้นจนมีลักษณะขรุขระ บริษัทกำจัดแมลง

            ดังนั้นการป้องกันยุงกัดเป็นวิธีที่สามารถลดความรำคาญที่เกิดจากยุง และลดความเสี่ยงในการติดเชื้อที่มียุงเป็นพาหะ ทำได้หลายวิธี เช่น นอนในมุ้ง ติดตั้งมุ้งลวด สุมควันไฟไล่ยุง จุดยากันยุง  หรือ ใช้สเปย์ไล่ยุง ที่มีสารสกัดจากธรรมชาติให้มากที่สุด เพื่อความปลอดภัยจากสารเคมีสำหรับผู้ใช้ อย่าง Kayari ที่มีสารสกัดจากธรรมชาติถึง 99% หรือ ทาสารเคมีไล่ยุง เช่น น้ำมันตะไคร้หอม ทั้งนี้ต้องควบคุมและกำจัดยุงพาหะโดยพ่นสารเคมีกำจัดยุงตามฝาผนังบ้าน กำจัดลูกน้ำตามแหล่งต่างๆ กำจัดวัชพืชและพืชน้ำที่เป็นแหล่งเกาะอาศัยของลูกน้ำในแหล่งน้ำด้วยอีกทางหนึ่ง เพื่อให้ปัญหาไข้เลือดออกหมดไป


                       การติดมุ้งลวดตามหน้าต่างประตู ก็ช่วยกันยุงได้อีกทางหนึ่งเช่นกัน


"สารไพริทรินส์" จากดอก "ไพรีทรัมส์" สารสกัดจากธรรมชาติที่ช่วยในการไล่ยุง


จุดยากันยุงเพื่อให้กลิ่นไล่ยุง ป้องกันการโดนยุงกัดในระยะเวลาต่างๆ ที่อยู่ในบ้าน หรือกิจกรรมกลางแจ้งในเวลากลางคืน 

ขอบคุณที่มา board.postjung.com

วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2559

เรื่องของแมลงสาบ กับโรค และความสกปรก

แมลงสาบมีหลายชนิด ในประเทศโดยมีผู้เคยค้นพบมี 25 ชนิด แต่ที่พบมากตามบ้านเรือนทั่วไป และสำคัญมี 2 ชนิด ที่นำโรคและทำความเสียหายต่อเครื่องมือ เครื่องใช้และทำให้สกปรก 1. แมลงสาบอเมริกัน ลักษณะตัวสีน้ำตาล ปีกยาว ขนาดโต ขนาดยาว 3-4 ซม. บินได้ระยะสั้น เวลากลางคืนออกหากิน กลางวันจะหลบซ่อน ตัวเมียออกไข่ เป็นแคปซูลได้ถึง 5-50 แคปซูล และใน 1 แคปซูลจะมีไข่ประมาณ 14 ฟอง แคปซูลของไข่จะติดตามฝาผนัง รอยแตก เพพาน ปกหนังสือในตู้มืดอับ 2. แมลงสาบเยอรมัน ลักษณะตัวสีน้ำตาลอ่อน ตัวเล็กกว่า ปีกยาว ด้านหลังของทรวงอกมีแถบสีดำ 2 แถบ บินเก่ง สังเกตดูตัวเมียจะลากแคปซูลของไข่ตลอดเวลา จนกว่าไข่จะสุก ออกได้ตั้งแต่ 6-50 แคปซูล ในแต่ละแคปซูลจะมีไข่ประมาณ 30 ฟอง ที่อยู่อาศัย จะพบตามท่อน้ำในครัว กำจัดแมลง

 

แมลงสาบชนิดอื่น ๆ ที่พบได้ แต่ไม่มากมี เช่น แมลงสาบออสเตรเลีย รูปร่างคล้ายแมลงสาบอเมริกัน ที่ต่างก็คือ มีแถบสีเหลืองที่โคนปีก ส่วนข้างด้านนอก และด้านหลังของทรวงอกท่อนแรกจะมีจุดสีดำเป็นกลุ่มเห็นได้ชัด การเป็นอยู่มักจะปะปนกับแมลงสาบอเมริกัน แต่มีจำนวนน้อย  แมลงสาบตะวันออก ลักษณะตัวสีดำ หรือน้ำตาลเข้ม และมีลายสีขาว หรือสีเหลืองเด่นชัดบนท่อนทรวงอก และส่วนด้านนอกของส่วนท้องตัวผู้ปีกสั้น หนึ่งในสี่ของส่วนท้องตัวเมียมีปีกสั้นมาก บินไม่ได้ ชอบอยู่ในที่มืดอับ และชื้นแฉะ  แมลงสาบสีน้ำตาล ลักษณะสีน้ำตาลอ่อน คล้ายแมลงสาบเยอรมัน ตัวเมียปีกสั้น ตัวผู้ปีกยาว มักอยู่เป็นกลุ่มในกล่อง ในหีบมืดอับ พบได้ไม่มากนัก กล่องใส่ถ้วย ช้อนในลิ้นชักเป็นแหล่งที่ชอบอาศัยมาก กำจัดแมลง 

 

แมลงสาบมีการเจริญเติบโตทีละขั้นตอน โดยวิธีลอกคราบถึง 13 ครั้ง ไข่ที่แก่ในแคปซูลจะฟักเป็นตัวอ่อนในเวลาประมาณ 30-50 วัน ตัวที่โตเต็มที่แล้วจะมีอายุประมาณ 3 เดือนถึง 1 ปี ถ้ามีแหล่งอาหารดี และที่อยู่อาศัยเหมาะจะอยู่นานถึง 3 ปี  การนำโรคของแมลงสาบก็คล้ายกับแมลงวัน การเป็นอยู่ของแมลงสาบ สกปรก กลิ่นเหม็นอับชื้น มาตอมสิ่งสกปรก ขยะ มูลสัตว์ แล้มาตอมอาหารที่คนรับประทาน โรคติดต่อที่สำคัญคืออหิวาตกโรค ผู้ป่วยจะตายมากหากรับไว้รักษาในโรงพยาบาลช้าเกินไป

 

การควบคุมป้องกันและการกำจัด การทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ โดยทำความสะอาด จัดสิ่งของบ้านเรือนให้ถูกสุขลักษณะ เพื่อไม่ให้เป็นที่อาศัย ออกไข่ และไม่มีแหล่งอาหารจากเศษอาหารที่ตกค้างเรี่ยราด เศษขยะมูลฝอยก็กำจัดโดยฝัง หรือเผา ซ่อมรอยแตกฝาผนัง ที่อับชื้นก็แก้ไขให้มีอาการถ่ายเทดี ก็จะเป็นการไล่ไม่ให้เป็นที่อยู่อาศัย การใช้ยาฆ่า ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ต้องมีความรู้เรื่องยาฆ่าแมลงสาบดี มิฉะนั้นจะเป็นอันตรายต่อคนในบ้านได้ วิธีอื่น มีการใช้กับดัก รมควันให้หนี และการตบตีให้ตาย บริษัทกำจัดแมลง

ขอบคุณที่มา : เรื่องของแมลงสาบ กับโรค และความสกปรก

วันอังคารที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2559

ยุงปล่อยเลือดออกมาจากก้นเพื่อระบายความร้อน


ถ้าคิดว่าเกิดเป็นยุงคอยสูบเลือดสัตว์อื่นกิน แล้วจะสบาย ไม่ต้องย่อยอาหารเอง ก็คิดผิดเสียแล้ว การกินเลือดของยุงแต่ละครั้งมีปัญหาตามมามากมาย
หนึ่งในปัญหาสำคัญคือเรื่องของอุณหภูมิ ยุงเป็นสัตว์เลือดเย็นที่อุณหภูมิในร่างกายจะเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิแวดล้อม ดังนั้นเลือดร้อนๆ ที่ยุงซดเข้าไปทุกอึกจะส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายของยุงเพิ่มขึ้น กำจัดแมลง ถ้าหากร้อนมากเกินไป ยุงก็อาจตายได้
ทีมวิจัยที่นำโดย Claudio Lazzari แห่ง University of Tours ของประเทศฝรั่งเศส พบว่าเลือดที่ยุงปล่อยออกมาทางก้นขณะที่ดูดเลือดมีส่วนช่วยไม่ให้ร่างกายยุงร้อนเกินไป
จากการทดลองโดยให้ยุงสองชนิด คือ ยุงลาย Aedes aegypti และยุงก้นปล่อง Anopheles stephensi กินเลือดแล้วจับภาพอุณหภูมิด้วยกล้องอินฟราเรด ผลปรากฏว่ายุงก้นปล่องที่มีนิสัยชอบปล่อยเลือดออกมาทางก้นขณะกินอาหารมีอุณหภูมิร่างกายคงที่มากกว่ายุงลายซึ่งไม่ปล่อยเลือดออกมา
นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่าการระเหยของเลือดซึ่งเป็นของเหลวช่วยลดอุณหภูมิร่างกายของยุงได้ ท่าทางการกินเลือดของยุงก้นปล่องก็จะชูก้นตั้งฉากกับผิวหนังของเหยื่อที่ยุงกัดอยู่แล้ว กำจัดแมลง ทำให้เลือดที่ปล่อยออกมาจากก้นจะอาบล้อมส่วนท้องของยุงเอาไว้ เป็นตัวระบายความร้อนตามธรรมชาติ
งานวิจัยก่อนหน้านี้โดยทีมของ David Denlinger แห่ง Ohio State University ก็มีการค้นพบว่ายุงมีกลไกทางชีวเคมีเพื่อรับมือกับความร้อนของเลือดด้วยโปรตีนที่เรียกว่า heat shock protein
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสรีรวิทยาของยุงจะมีส่วนช่วยในการควบคุมยุงและเชื้อโรคที่มันเป็นพาหะในอนาคต แต่ว่าจะมีส่วนช่วยได้มากน้อยแค่ไหน ไม่มีใครรู้
ขอบคุณที่มา COSMOS Magazine

วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

Portable Ultrasonic Mosquito Repeller

หมดปัญหากับสุนัข แมว นก ในทุกๆที่ เพียงแค่ใช้ เครื่องไล่ยุง Portable Ultrasonic Mosquito Repeller เพื่อความปลอดภัยลูกหลานของท่านและตัวคุณ














ขอบคุณที่มา : www.pestrepeller.net/

วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

10 ต้นไม้ไล่ยุงปลูกติดบ้านไว้ ไร้เงาแมลงร้ายกวนใจ !


มาสร้างด่านป้องกันคนในบ้านด้วย ต้นไม้ไล่ยุง ที่มีคุณสมบัติไล่เจ้าแมลงร้าย ให้ถอยห่างออก แถมทำให้บ้านของเราห่างไกลจากโรคร้าย ที่มียุงเป็นพาหะด้วยนะ
ข้อดีของการปลูกต้นไม้ไม่ได้มีแค่ความสวยงามและความร่มรื่นเพียงเท่านั้น แต่เชื่อไหมว่ามีต้นไม้บางชนิดที่มีฤทธิ์ไล่ยุงได้ด้วยนะ ได้แก่ 10 ต้นไม้เครื่องไล่ยุงเหล่านี้ ที่เป็นเหมือนภูมิคุ้มกันให้กับเราด้วยการสกัดเจ้ายุงร้ายไม่ให้เข้ามาทำร้ายคนในครอบครัว โดยไม่ต้องพึ่งเหล่าสารเคมีต่าง ๆ อีกทั้ง ต้นไม้ไล่ยุง บางชนิดยังเป็นพืชผักที่เราวสามารถเก็บมารับประทานได้ด้วยนะ
1. ตะไคร้หอม พืชกลิ่นดีที่ยุงหนีกระเจิง
ต้นไม้ชื่อน่าดมนี้เป็นไม้ยืนต้น ลำต้นสูงประมาณ 1 เมตร มีใบเล็กเรียวยาวขึ้นในลักษณะทรงพุ่ม เป็นพืชที่ปลูกง่ายแค่ใช้เหง้าฝังดินเพื่อขยายพันธุ์ จะปลูกใส่กระถางวางไว้ริมระเบียงหรือสวนในบ้านก็ได้ ทีนี้เจ้ายุงร้ายก็จะค่อย ๆ อพยพหนีย้ายตามกันไป เพราะทนกลิ่นของน้ำมันหอมระเหยในต้นตะไคร้หอมไม่ได้ยังไงล่ะ
2. แคทนิป (กัญชาแมว) ให้ผลดีต่อแมวแล้วร้ายใส่ยุง
กัญชาแมวหรือที่รู้จักกันในนามสารแห่งความสุขของน้องแมว เป็นพืชตระกูลเดียวกับสะระแหน่ มีความสูงตั้งแต่  ½ เมตร ไปจนถึง 1 เมตร ขยายพันธุ์ง่าย ๆ ด้วยการเพาะเมล็ดลงในดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี แล้วโรยดินกลบซ้ำอีกประมาณ 5 เซนติเมตร รดน้ำให้พอชุ่มแต่ห้ามมีน้ำขังเด็ดขาด ตั้งในที่ที่แดดสามารถส่องถึง แล้วเจ้าสารเนเปทาแลคโตน (Nepetalactone) ที่อยู่ในกัญชาแมวจะทำให้น้องแมวมีความสุขคล้ายกับสารเสพติด แต่ในทางกลับกันมันยังเป็นสารป้องกันยุงและแมลงที่ได้ผลมากกว่ายาฆ่าแมลงซะอีก และก็ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์อีกด้วย
3. โหระพา ขับกลิ่นจนยุงบินหนี
สมุนไพรคู่ครัวไทยอย่างโหระพา เป็นพืชไม้ยืนต้นสูงประมาณ 1 เมตร ใบมีสีเขียวส่วนดอกมีสีชมพูอ่อนและสีขาว ปลูกโดยการปักชำจะง่ายกว่า การเตรียมดินที่มีความลึกประมาณ 20-25 เซนติเมตร นำก้านโหระพาที่โตเต็มที่มาเด็ดใบออกให้หมดแล้วปักลงในดิน ใช้ฟางคลุมดินและรดน้ำให้ชุ่ม แม้กลิ่นหอมที่เฉพาะตัวของโหระพาจะส่งผลดีต่อวงการอาหาร แต่กลับส่งร้ายต่อยุงและแมลง พวกมันไม่สามารถทนทานต่อกลิ่นฉุนของโหระพาได้ ฉะนั้นจึงเหมาะมากที่จะปลูกไว้ในบ้าน
4. สะระแหน่ ยุงไม่กล้ามาจอแจ
สะระแหน่สมุนไพรให้กลิ่นหอมชนิดนี้เป็นไม้ยืนต้นที่โตเต็มที่ได้ถึง 1 เมตรครึ่ง ปลูกโดยวิธีการปักชำด้วยการตัดยอดบนสุดที่ใบประมาณ 5-6 ใบ ปักลงในดินผสมปุ๋ยคอกที่รองก้นกระถางด้วยกาบมะพร้าวสับ รดน้ำให้ชุ่มแต่ไม่ต้องแฉะ เป็นพืชที่ขึ้นง่ายจะปลูกลงแปลงดินก็ได้ลงกระถางก็ดี ภายในมีน้ำมันหอมระเหยที่ยุงไม่ชอบเอามาก ๆ  หากต้องการใช้ให้นำใบสะระแหน่มาขยี้แล้วทาลงบนผิวโดยตรงได้เลย
5. กระเทียม เตรียมกลิ่นไว้ฆ่ายุง
กระเทียมเป็นเบสของการทำอาหารแทบทุกชนิด กระเทียมเป็นพืชล้มลุกมีลำต้นสูงประมาณ 30-60 เซนติเมตร ใน 1 หัว จะมีกระเทียมอยู่ประมาณ 10 กลีบ วิธีปลูกกระเทียมในครัวเรือนทำไม่ยาก แค่นำกลีบกระเทียมไปเพาะให้รากงอกก่อนแล้วจึงนำไปลงดิน ใช้ฟางคลุมทับอีกทีเพื่อรักษาความชื้นไม่ให้ระเหยไป กลิ่นจากต้นกระเทียมก็จะทำหน้าที่เป็นรั้วล่องหน ช่วยกันยุงออกจากบ้านของเรา
6. เจอเรเนียม มีดอกสีสวยที่ช่วยปลิดยุง
เจอเรเนียมเป็นไม้ดอกที่ให้สีสันสวยงาม ลำต้นสูงประมาณ 1 เมตร ออกดอกเป็นพุ่มอยู่ที่ปลายลำต้น ปลูกด้วยวิธีการปักชำ ให้นำกิ่งที่สมบูรณ์ยาวประมาณ 15 เซนติเมตร มาตัดดอกและใบออกให้เหลือแค่ประมาณ 3-4  ใบ ปักลงในดินผสมปุ๋ยคอก แล้วน้ำมันหอมระเหยของเจอเรเนียมที่มีกลิ่นคล้ายเลมอนก็จะฟุ้งกระจายออกมาช่วยไล่ยุงในยามค่ำคืน
7. มะกรูด สมุนไพรไทยหอม ๆ ที่ยุงต้องยอมแพ้
สมุนไพรก้นครัวไทยอย่างมะกรูด เป็นพืชยืนต้นที่มีหนามแหลม ลำต้นสูงประมาณ 12 เมตร วิธีการปลูกให้ใช้เมล็ดจากลูกมะกรูดที่ร่วงจากต้นไปตากแดด 1-2 วัน ก่อนจะนำไปเพาะลงในดินที่มีปุ๋ยคอกผสมอยู่ เมื่อใบเริ่มงอกให้แยกไปปลูกในกระถาง ซึ่งเรานำน้ำมันหอมระเหยในมะกรูดจะช่วยส่งกลิ่นฉุนไปรบกวนและป้องกันยุงไม่ให้บินเข้ามายุ่งในบ้าน
8. มอสซี่ บัสเตอร์ พืชผสมที่ปล่อยกลิ่นไล่ยุงได้ไกล
เรียกได้ว่าเป็นผลพวงจากการผสมพันธุ์ระหว่างเจอเรเนียมและตะไคร้หอม ลักษณะเป็นไม้ทรงพุ่มมีใบหยักคล้ายเจอเรเนียม และสามารถส่งกลิ่นที่คล้ายกลิ่นตะไคร้หอมเพื่อไล่ยุงได้ไกลถึง 9 เมตร แนะนำให้ปลูกไว้ที่ริมรั้วที่ห่างจากตัวบ้านสักหน่อย เพราะในขณะที่กำลังเจริญเติบโตและมีขนาดเล็กมันจะมีสารที่ดึงดูดยุง แต่เมื่อมันโตเต็มที่สารนั้นก็จะเปลี่ยนเป็นสารไล่ยุงแทน
9. หม้อข้าวหม้อแกงลิง เปิดปากหม้อล่อยุงมากิน
ออกตัวก่อนเลยว่าพืชชนิดนี้เป็นไม้เลื้อยชนิดกินเนื้อ แต่ไม่ต้องตกใจไปเพราะมันกินเฉพาะแมลงเท่านั้น มีลักษณะคล้ายคลึงกับรูปร่างลิง ภายในเป็นหม้อที่มีของเหลวไว้ล่อแมลงให้มาติดกับ และค่อยกลืนลงไปอย่างช้า ๆ เราสามารถปลูกในครัวเรือนได้ด้วยวิธีการปักชำ โดยนำกาบมะพร้าวสับไปแช่น้ำให้ชุ่มประมาณ 1-2 วัน แล้วนำก้านหม้อข้าวหม้อแกงลิงมาปักลงในกาบมะพร้าว ก็จะออกหม้อภายใน 6 เดือน ไม่ว่าจะยุงหรือแมลงไหน ๆ ที่บินติดกับก็จะโดนงับให้หายสิ้น
10. จิงจูฉ่าย สมุนไพรจีนมีกลิ่นกำจัดยุง
เราเริ่มรู้จักต้นจิงจูฉ่ายกันในนามของสมุนไพรจีนต้านมะเร็ง ที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายขึ้นฉ่าย เป็นพืชล้มลุกแตกกิ่งก้านสาขาคลุมดิน มีความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ปลูกด้วยวิธีการเพาะต้นกล้าจากเมล็ดก่อน แล้วค่อยนำมาปลูกลงในดินที่ผสมมะพร้าวสับ ทราย ปุ๋ยคอก แกลบ และน้ำหมักชีวภาพ เป็นต้นไม้ที่มีกลิ่นหอมที่ยุงไม่ชอบและไม่กล้าบินเข้ามาใกล้ หรือจะนำมาบดขยี้แล้วทาผิวหนังเพื่อกันยุงก็ได้เช่นกัน
ถ้าปลูกต้นไม้เหล่านี้เอาไว้ภายในชายคาบ้าน เราก็จะได้ประโยชน์แบบจัดเต็มกันไปเลย เพราะนอกจากจะกันยุงได้แล้วมันยังมีคุณสมบัติที่สามารถใช้งานอย่างอื่นได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นการจำกัดยุงที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสารเคมีเลยสักนิดเดียว
ที่มา : http://home.kapook.com/view123567.html